วิธีใช้งานของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน

บริษัท สยาม อินดัสเทรียล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (swfhoist_crane)  ผู้แทนจำหน่ายรอกสลิงไฟฟ้า รอกโซ่สลิงไฟฟ้า-เครนขาสูง เครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยว เครนเหนือศีรษะแบบคานเดี่ยว เครนติดผนังยื่นแขนยก  อะไหล่รอก อะไหล่เครน ให้คำปรึกษารอกเครนครบวงจร



         เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน มีความเหมาะสมใช้สำหรับงานยกวัตถุงานหรือสินค้าเฉพาะพื้นที่ รอบวงรัศมีความยาวของวงแขนที่ยื่นหมุนของชุดเครน แต่ข้อจำกัด คือ องศาการหมุนของแขน ขึ้นอยู่กับกำแพงของหน้างานทางลูกค้า



เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน



คุณสมบัติของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน

-    โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งานของตะขอสูง 

-    พื้นที่ใช้งานครอบคลุมตามระยะความยาวแขนหมุน

-    ช่วงการแกว่งที่ดีเยี่ยมมีระยะเอียง 360 องศา  

-    การยึดแน่นด้วยความปลอดภัย



  ติดตั้งเครน       เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน  เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน ไว้สำหรับงานยก ย้าย ลำเลียง วัตถุ หรือชิ้นงาน แต่ที่สำคัญต้องมีพื้นที่เฉพาะงาน เพราะหากยิ่งมีความยาวของแขนมาเท่าไร รอบวงในการหมุน ก็มากขึ้นไปด้วย เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยยกแบบแขวน ซึ่งเป็นชนิดที่ประหยัด โดยส่วนมากเครนจะเป็นแบบคานเดี่ยว และจะยกของที่มีน้ำหนักไม่มาก เจ้าตัวนี้ก็เป็นที่นิยมมากเช่นเดียวกัน 

ข้อดีของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน

       เครนตั้งเสายื่นแขนหมุน สามารถใช้งานได้ทุกที่ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็กจนถึงโรงงานขนาดใหญ่หรือโรงงานทุกประเภท คุณสมบัติของเครนตั้งเสายื่นแขนหมุน สามารถติดตั้งใช้งานและใช้งานได้ง่ายเมื่อเทียบกับเครนติดตั้งบนผนังและเครนติดผนังช่วยให้เครนเครนยืนอิสระสามารถเข้าถึงความสามารถที่สูงขึ้นช่วงที่ยาวขึ้นและช่วงการหมุนที่มากขึ้น เนื่องจากโครงสร้างที่ดีเครนชนิดนี้จึงสามารถปรับแต่งเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของคุณได้ข้อจำกัด ในการติดตั้งเพียงอย่างเดียวคือแรงดันของจรวดยกพื้นฟรียืนขึ้นต้องสูงถึง 2500 ปอนด์ต่อตารางฟุต



ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล

ขนส่งลำเลียงวัสดุ  

https://materialhandling.brandexdirectory.com

หมวดหมู่จากเว็บไซต์  https://brandexdirectory.com/  เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมมากที่สุด


 

ปั๊มไฮดรอลิกแบบใบพัด : ฟลูอิดเพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง

ปั๊มไฮดรอลิกแบบใบพัดเพื่อการทำงานในระบบไฮดรอลิกแบบไร้เสียงรบกวน

 

ฟลูอิดเพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง บจก. : ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฮดรอลิคและนิวเมติกส์คุณภาพสูง

 

          ปั๊มไฮดรอลิกแบบใบพัดหรือ Vane pump เป็นหนึ่งในปั๊มไฮดรอลิกที่ได้รับความนิยมมากในอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากปั๊มไฮดรอลิกแบบใบพัด มีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง อาทิ การทำงานที่เงียบ ไร้เสียงรบกวน ความเร็วรอบสูง ทำให้มีอัตราการไหลสูง ซึ่งปั๊มไฮดรอลิกแบบใบพัดนั้นโดยปกติแล้วจะสามารถให้แรงดันได้ตั้งแต่ 180 บาร์ ไปจนถึง 300 บาร์ หรืออาจมากกว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบของปั๊มแต่ละรุ่น

 

       ปั๊มไฮดรอลิกแบบใบพัดนั้นมีทั้งแบบที่สามารถปรับค่าได้หรือ Variable displacement vane pump ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการปรับแรงดันได้ด้วยการปรับวาล์วระบายแรงดันและสามารถปรับอัตราการไหลด้วยการปรับตำแหน่งของการเยื้องศูนย์ของใบพัด

 

ปั๊มใบพัด Vane Pump

 

 

 

ปั๊มแบบใบพัด Vane Pump

 

 

 

ปั๊มคู่แบบใบพัดแบบปรับค่าได้

 

 

 

บริษัท ฟลูอิดเพาเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

 

ตัวแทนจำหน่ายส่งและปลีก อุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกและนิวเมติกส์สำหรับงานอุตสาหกรรมทุกชนิด บริการออกแบบระบบ วิเคราะห์ปัญหาระบบฟรี จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ในสายงานไฮดรอลิกและนิวเมติกส์ ผู้เชี่ยวชาญของเราจึงมีความมั่นใจที่จะให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ในการเลือกใช้อุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกและนิวเมติกส์ให้เหมาะสมกับทุกสายงานอุตสาหกรรม ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ fluidpower.brandexdirectory.com

 

ไฮดรอลิก/อุปกรณ์อะไหล่

 

https://hydraulics.brandexdirectory.com

 

หมวดหมู่จากเว็บไซต์ ออยคูลเลอร์ไฮดรอลิก www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม น้ำมันไฮดรอลิค โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง 16-36 mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

            การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง 16-36 mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

            การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก น้ำมันชุบแข็งโลหะ เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด น้ำมันหล่อลื่น ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง 16-36 mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

            การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15